วันอาทิตย์ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2554

วันอาทิตย์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

๖๐ ข้อคิดบันทึกไว้จากใจพ่อ
๑. ลูกจงจำไว้ว่า…การไม่ต่อสู้ในบางกรณีกลับเป็นวีรกรรมที่ยิ่งใหญ่ กว่าการต่อสู้อย่างเอาเป็นเอาตาย
๒. ลูกจงอย่าเลือกของที่ชอบด้วยความอยากของลูกแต่จงเลือกด้วยสติปัญญาและพิจารณาถึงประโยชน์และโทษของมันเสียก่อน
๓. ลูกจงอย่าโกรธคนไม่ดีที่จริงเขาก็อยากดีเหมือนกันแต่เขาไม่เข้าใจว่าอะไรเป็นความดี…อะไรคือไม่ดี
๔. ลูกจะตำหนิ ติเตียนใครก็จงดูตนเองเสียก่อนอย่าให้เขาย้อนว่าเราได้
๕. ลูกจะเห็นว่าผู้มีสัมมาคาระวะ จะพบแต่ความเจริญการอ่อนน้อมเป็นคุณสมบัติของสุภาพบุรุษการยกมือไหว้ผู้อื่นได้คือการทำลาย ตัวกู-ของกู
๖. ลูกพ่อต้องเป็นคนแข็งแรง…ไม่แข็งกระด้างลูกพ่อต้องเป็นคนเรียบง่าย…ไม่มักง่ายลูกพ่อต้องเป็นคนอ่อนโยน..ไม่อ่อนแอ
๗. ลูกของพ่อ..คล่องแคล่วว่องไวเป็นปัจจัยแห่งความก้าวหน้าของครอบครัว
๘. เงินทองที่ลูกมียิ่งใช้ยิ่งหมดไปปัญญาที่ลูกหาได้ยิ่งใช้ยิ่งเพิ่มพูน
๙. ถ้าลูกทำเด่นจะถูกคนเขาเขม่นและสมน้ำหน้าลูกจะพลาดท่าลงมา..เพราะความอยากเด่นอยากดัง
๑๐. ลูกจงจำไว้ว่าเงินทองเป็นของนอกกายพ่อ แม่ สุขใจเมื่อพี่น้องรักกัน
๑๑. ลูกจงโอนอ่อนผ่อนตามอย่างฉลาดและสุขุมการพ่ายแพ้ด้วยศิลปะดีกว่าการชนะด้วยอารมณ์
๑๒. ความกล้าหาญต้องประกอบด้วยสติปัญญาถ้าลูกกล้าโดยไม่มีสติปัญญาเขาเรียกว่าคนบ้าบิ่น
๑๓. ลูกต้องทำทุกอย่างด้วยความสุจริตเมื่อสุจริต จิตผ่องใสเมื่อทุจริต จิตหมองไหม้
๑๔. ทรัพย์สมบัติ ไม่ใช่สิ่งจำเป็นที่พ่อแม่จะให้แก่ลูกความรู้และความประพฤติดีเท่านั้นที่พ่อแม่ควรมอบให้แก่ลูก…อันเป็นที่รัก
๑๕. ลูกหลีกทางให้เขาก็คือหลีกทางให้เราหลุดพ้นจากอันตรายในที่สุดก็จะได้รับผลดีด้วยกันทั้งเขาและเรา
๑๖. ปลายทางสุดท้ายของความไม่พอคือ…ความทุกข์
๑๗. ลูกจงจำไว้ว่า…ผู้ที่ไม่มีใครให้อภัยผู้อื่นคือผู้อ่อนแอทางจิตใจการให้อภัยศัตรู คือการ สร้างมิตร
๑๘. ถ้าผู้อื่นหลอกเราเรารู้ง่ายและแก้ไขได้ง่ายแต่ถ้าเราหลอกตัวลูกเองรู้ยาก แก้ไขได้ยาก
๑๙. ลูกควรจำสิ่งที่ควรจำ ลืมสิ่งที่ควรลืมทำสิ่งที่ควรทำและต้องรู้ว่า สิ่งใดควรทำก่อนสิ่งใดควรทำทีหลัง
๒๐. เมื่อลูกสังเกตดู จะพบว่าภายหลังเสียงหัวเราะ จะมีน้ำตาภายหลังเสียน้ำตา จะเห็นแสงธรรมคือความจริงของชีวิต
๒๑. หกล้มเพราะก้าวเดินไปข้างหน้ายังดีกว่าลูกยืนเต๊ะท่าอยู่กับที่เพราะถ้าลูกยืนไม่ดี…ก็จักมีคนมาถีบให้ล้มอยู่ดี
๒๒. ลูกจงหาความสุขกับปัจจุบันอย่าใฝ่ฝันถึงอนาคตอย่าหมกอยู่กับอดีตจะทุกข์
๒๓. โชค…เข้าข้างผู้ที่มีความอ่อนน้อมเสมอถ้าลูกเป็นผู้น้อยที่นอบน้อมผู้ใหญ่ใคร ๆ ก็รักถ้าลูกเป็นผู้ใหญ่ที่เข้าใจผู้น้อยผู้น้อยก็มีความภักดี
๒๔. ชีวิตคือการต่อสู้ ศัตรูคือยากำลังขอให้ลูกคิดอยู่เสมอว่าถ้ามีสิ่งใดในโลก ที่ผู้อื่นทำได้ไม่มีเหตุผลอะไร ที่เราจะทำไม่ได้
๒๕. ความโศกเศร้าเสียใจมิได้ทำให้ใครได้รับประโยชน์อะไรนอกจากทำให้ศัตรูของเราดีใจและสมน้ำหน้า
๒๖. เมื่อพบภัยที่อยู่ข้างหน้าจงหนีเข้าหาพระดีกว่าหนีเข้าหาโจรซึ่งโจรจักฉกฉวยโอกาสเอาจากเราเสมอ…อย่างคาดไม่ถึง
๒๗. คนเรามีความโลภทุกคนถ้าโลภมากก็จะทุกข์มาก ถ้าโลภน้อยก็จะทุกข์น้อย ถ้าไม่โลภก็จะไม่ทุกข์
๒๘. ถ้าลูกประพฤติดีลูกก็จะพบกับคนประพฤติดีถ้าลูกประพฤติชั่วลูกก็จะพบกับคนประพฤติชั่วขอให้ลูกเลือกคบให้ถูกต้องเถิดลูกจักเป็นคนที่โชคดี
๒๙. ลูกอย่ากลัวไปเลยว่าจะได้แต่งงานกับคนไม่ดีถ้าลูกไม่สูบ ไม่ดื่ม ไม่เล่น ไม่เที่ยวลูกก็จะพบคู่ครองที่ไม่สูบไม่ดื่ม ไม่เล่น ไม่เที่ยวเช่นกัน
๓๐. ไม่ว่าคนหรือสัตว์ต้องการคำอ่อนหวานลูกก็เช่นกัน ควรพูดคำอ่อนหวานแก่ผู้อื่นเมื่อลูกอ่อนหวานแก่ผู้อื่นผู้อื่นก็จะอ่อนหวานกับลูก
๓๑. ลืมอะไรก็ลืมได้ แต่อย่าลืมตัวเสียอะไรก็เสียได้ แต่อย่าเสียคนผิดอะไรก็ผิดได้ แต่อย่าผิดศีลธรรม
๓๒. ลูกจงจำไว้ว่า…ศัตรูวันนี้ อาจเป็นมิตรในวันหน้าเพราะฉะนั้นอย่าทำอะไรเขารุนแรงและเกินเลย
๓๓ลูกจงสนุกกับการใช้เงิน และพร้อมกันนั้นลูกต้องสนุกกับการเก็บรักษาเงินด้วยและยิ่งกว่านั้นต้องสนุกกับการหาเงินอย่างไม่เป็นทุกข์คือหาด้วยความถูกต้อง
๓๔. การกระทำของลูก บางครั้งยังไม่ถูกใจตนเองแล้วจะให้คนอื่นทำถูกใจเราเสมอไปได้อย่างไรคิดแค่นี้ลูกก็จะไม่โกรธคนอื่น
๓๕. ถ้าลูกกล้าอย่างถูกต้อง ก็จะเป็นผู้ฉลาดถ้าลูกกล้าอย่างบ้าบิ่น ก็จะเป็นคนโง่ขอให้ลูกจงกล้าหาญอย่างชาญฉลาด
๓๖. บาปและบุญทั้งปวงที่ลูกกำลังทำในขณะนี้สักวันหนึ่งจักรวมตัวกันมาสนองแก่ลูกสิ่งที่ลูกได้รับอยู่ทุกวันนี้เป็นผลจากการกระทำของลูกทั้งสิ้น
๓๗. ลูกจงจำไว้ว่า…ธรรมชาติไม่เคยให้อภัยใครใครทำอย่างใด ต้องได้รับอย่างนั้นแต่ธรรมชาติก็ให้โอกาสทุกคนเสมอแต่คนเรา…โดยส่วนมากไม่ค่อยยอมรับโอกาสนั้น
๓๘. เมื่อมีปัญหา แก้ให้ถูกจุด จักพ้นทุกข์เร็วอย่าเป็นเช่นคุณยายแก่ ๆมองหาเข็มที่เสาไฟ เพราะมีแสงสว่างแต่หาเท่าใดก็ไม่พบเพราะเหตุว่าแก้ปัญหาไม่ถูกจุดเข็มหายในบ้าน แล้วมาหานอกบ้านเพียงเพราะในบ้านไม่มีแสงไฟฟ้า…น่าขันไหมล่ะ
๓๙. ลูกจงจำไว้ว่าคนเห็นแก่เงินคบยาก คนเห็นแก่งาน คบง่าย คนเห็นแก่ผู้อื่น คบสบาย
๔๐. ถ้าลูกปราถนาให้ผู้อื่นรักลูกต้องทำตัวให้น่ารักลูกจึงจะเป็นที่รักของผู้อื่น
๔๑. ไม้ล้มข้ามได้ คนล้มอย่าข้ามสำคัญที่สุด…ลูกอย่าข้ามตัวเอง
๔๒. ผู้กล้าหาญ คือผู้ที่สามารถบังคับตัวเองได้ถ้าลูกจักปลูกต้นไม้ ต้องบำรุงรากแต่ถ้าจะปลูกจิตใจต้องบำรุงด้วยศีล ด้วยธรรม
๔๓. ลูกเกิดเป็นคนแล้ว ต้องพยายามทำดีที่สุดเมื่อทำดีที่สุดแล้ว นอกนั้นแล้วแต่ฟ้าลิขิตโบราณว่าลิขิตเป็นของฟ้า ( ผลของการกระทำ )ชะตาเป็นของคน ( การกระทำของตัวเอง )
๔๔. ลูกควรจะยอมผิดใจกับคนสุภาพชนแต่อย่าผิดใจกับคนพาลจะเดือดร้อนอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยง
๔๕. การไม่ระวังการใช้จ่ายเล็กๆน้อยๆ อาจทำให้ล่มจมได้ดังเช่นเรือมีรูรั่วเล็กๆอาจทำให้เรือใหญ่จมได้
๔๖. โรคภัยทางร่างกาย จะเข้ามาทางปาก ภัยพิบัติก็จะออกจากปากของเราเช่นกันเมื่อลูกจะพูดสิ่งใด จงพิจารณาให้ดีๆ
๔๗. การโกรธ เป็นวิสัยของปุถุชนการ ให้อภัยเป็นวิสัยของบัณฑิตลูกพ่อจะเป็นบัณฑิต จึงต้องฝึกการให้อภัยด้วยความมีเมตตาเพราะเมตตาแก้ความโกรธได้
๔๘. การเดินทางหมื่นลี้ต้องมีก้าวแรกยามลูกมีอำนาจ จงอย่าเหลิงอำนาจยามลูกมีความสุขก็อย่างหลงระเริงระวังความทุกข์จักตามมา
๔๙. ถ้าลูกให้เงินเพื่อนยืม…ระวังจะเสียเงิน…จะเสียเพื่อน…จะเสียใจเพราะฉะนั้นลูกอย่าให้เงินใครยืมถ้ามีก็ให้เขาไปเลย
๕๐. ถ้าลูกระแวงสงสัยใครแล้วลูกอย่าทำธุรกิจร่วมกันเพราะจะมีแต่ระแวงกัน การงานไม่ราบรื่นความทุกข์จะเข้ามาในจิตใจลูก
๕๑. เรือที่ออกทะเลปฏิเสธคลื่นลมไม่ได้ ฉันใดชีวิตของลูก ปฏิเสธอุปสรรคไม่ได้ ฉันนั้น
๕๒. ลูกสังเกตดูจักรู้ว่าผู้เป็นคนดีมักอ่อนน้อมถ่อมตน ผู้โง่เขลามักหยิ่งยโสทะนงตน คนโง่มักอวดตัวว่าฉลาดหรือยากให้คนอื่นรู้ว่าฉลาดจึงโอ้อวด คุยเบ่ง ทับถมคนอื่น ส่วนคนฉลาดมักไม่อวดตัวจักเป็นคนอ่อนน้อม ถ่อมตนไม่หยิ่งยโส ไม่โอหังและชอบประกาศความดีของผู้อื่น
๕๓. แมลงผึ้ง ชอบของหอมของหวาน แมลงวันชอบของเหม็นของเน่าเสีย ถ้าลูกชอบสิ่งที่ไม่ดี คบคนไม่ดี คิดไม่ดีพูดไม่ดี ทำไม่ดี ไปสู่สถานที่ไม่ดีแล้วลูกก็จะเปรียบเช่นแมลงวันซึ่งไม่มีใครชอบหรืออยากจะให้ความรักแต่ถ้าลูกคิดดี พูดดี ทำดี คบคนดีและไปแต่เฉพาะที่ดีลูกก็เป็นเช่นแมลงผึ้งคนดีใคร ๆ ก็อยากคบด้วยถ้าลูกเป็นแมลงผึ้ง ลูกก็จะได้พบกับดอกไม้ถ้าลูกเป็นแมลงวันลูกก็จะได้พบกับของเน่าเหม็นคำโบราณว่าไว้ขี้เกียจ เป็นแมลงวันขยัน เป็นแมงผึ้ง
๕๔. ผู้ที่รู้จักประมาณตน เป็นคนฉลาดลูกควรใช้จ่ายตามฐานะลูกจักไม่ขัดสนตลอดไป
๕๕. ถ้าลูกมีความพากเพียรและถ่อมตนแล้วภายใต้ท้องฟ้า…ลูกของพ่อจักทำได้ทุกสิ่งธรรมะสอนไว้ว่าคนล่วงทุกข์ได้ เพราะความเพียร
๕๖. ถ้าลูกทำงานด้วยความรีบร้อน ร้อนรนมักทำความผิดพลาด มาให้ลูกเสมอลูกต้องทำด้วยความรวดเร็ว แบบมีสติจึงจะประสบความสำเร็จได้อย่างถูกต้องและราบรื่น
๕๗. การนินทาและว่าร้ายต่อผู้อื่น…มันเจ็บปวดมากว่ามีดที่กรีดเนื้อเขามากมายหลายเท่านักเมื่อลูกเข้าใจอย่างนี้แล้วอย่านินทา อย่าว่าร้ายผู้อื่นเลยเพราะเมื่อเขาเจ็บปวดเพราะคำพูดของเราแล้วเขาก็สามารถทำความผิดกับเราได้เราก็เดือดร้อน
๕๘. คนขี้เกียจ มักอ้างว่า ยังไม่ต้องทำเพราะเช้าไป เพราะเย็นไปเพราะร้อนไป เพราะหนาวไปเพราะฝนตก เพราะแดดออกถ้าลูกอ้างอย่างนี้ จะทำอะไรก็จะไม่สำเร็จ
๕๙. ในสมัยนี้ ใครก็ชอบแต่ของดี ๆแต่ไม่รู้ว่า อย่างไรถึงจะดีจึงขอเตือนว่าลูกของพ่อ…อย่าดีแต่จะคิดลูกต้องคิดแต่ดีดีลูกของพ่อ…อย่าดีแต่พูดลูกต้องพูดดีดีลูกของพ่อ…อย่าดีแต่ทำลูกต้องทำดีดีลูกของพ่อ…อย่าดีแต่จะคบคนลูกต้องคบคนดีดีลูกของพ่อ…ดีแต่จะไปลูกต้องไปดีดีลูกจง คิดดี พูดดี ทำดี คบคนดีไปสู่สถานที่ดีดี
๖๐. ถ้าลูกละเลยเรื่องเล็กน้อยกระทำผิดเพียงเล็กน้อยในปัจจุบันลูกอาจต้องเสียใจอย่างใหญ่หลวงในภายหน้าคิดกับผู้อื่นไม่ดี ในวันนี้อาจถูกผู้อื่นคิดไม่ดีกับเรา ในวันหน้าทำกับผู้อื่นไม่ดี ในวันนี้อาจถูกผู้อื่นกระทำต่อเราไม่ดี ในวันหน้ารังแกผู้อื่น ในวันนี้ อาจถูกผู้อื่นรังแก ในวันหน้าโกงผู้อื่น ในวันนี้อาจถูกผู้อื่นโกง ในวันหน้าโกหกผู้อื่น ในวันนี้อาจถูกผู้อื่นโกหกในวันหน้าเหยียดหยามผู้อื่น ในวันนี้อาจถูกผู้อื่นเหยียดหยาม ในวันหน้าโกรธผู้อื่น ในวันนี้อาจถูกผู้อื่น ในวันหน้าริษยา อาฆาตผู้อื่น ในวันนี้อาจถูกผู้อื่นริษยา อาฆาต ในวันหน้าฆ่าผู้อื่น ในวันนี้อาจถูกผู้อื่นฆ่า ในวันหน้าในทางตรงกันข้าม…ถ้าลูกรักและเมตตาผู้อื่น ในวันนี้ลูกก็จักได้รับความรักและเมตตาในวันข้างหน้า
ก่อนจบท้ายหน้าที่ที่ลูกควรปฏิบัติต่อผู้อื่น คือ การมอบน้ำใจให้แก่กันและกันดังต่อไปนี้
๑. ลูกควรมองทุกคนที่พบกันด้วยสายตาที่เป็นมิตร
๒. ลูกควรยิ้มให้ทุกคนที่พบกัน เริ่มแรกยิ้มด้วยสายตา ยิ้มด้วยใบหน้าและริมฝีปากและด้วยจิตใจที่เป็นกันเอง
๓. ลูกควรทำความรู้จักกับผู้อื่นด้วยการยิ้มและทักทาย
๔. ลูกควรโบกมือส่งยิ้มให้กับเด็ก ๆ ที่ลูกพบเห็นโดยทั่วไป
๕. ลูกควรมองคนในแง่ดี ให้มองว่าไม่มีใครจะเลวทั้งหมด
๖. ลูกควรมองว่าคนเราเป็นมิตรกันได้แม้จะมีความคิดต่างกัน
๗. ลูกควรกล่าวคำสวัสดี ยกมือไหว้ ยิ้มหรือก้มหัวตามความเหมาะสม ตามฐานะของตนแล้วแต่กรณี
๘. ลูกควรพยายามเรียกชื่อคนที่เราสนทนาด้วยระวังอย่าเรียกชื่อคนผิด
๙. ลูกควรตั้งใจรับฟังคนอื่นพูด อย่าขัดคอเขา ต้องรู้จักสังเกตให้ดี
๑๐. ลูกควรใช้คำพูดให้ติดปาก คือคำว่า ขอบคุณ ขอโทษ
๑๑. ลูกควรพูดด้วยความสุภาพ ไพเราะ อ่อนหวาน ไม่พูดหยาบคาย
๑๒. ลูกควรพูดชมเชยผู้อื่นเป็นประจำ
๑๓. ลูกควรพูดถึงคนอื่นและผู้บังคับบัญชาในด้านดีกับคนที่เขารู้จัก
๑๔. ลูกควรรู้จักขัดแย้งโดยไม่ให้เขาเสียน้ำใจ
๑๕. ลูกควรพูดคุย ในสิ่งที่ผู้คุยให้ความสนใจ
๑๖. ลูกควรหาเรืองดีดี หรือเรื่องคนทำดีมาคุยกันบ้าง
๑๗. ลูกควรหาเวลางดเว้นการพูดที่ไม่ดี หรืองดเว้นการโกรธอย่างน้อย ๑ วันต่อสัปดาห์
๑๘. ลูกไม่ควรหาเรื่องจับผิดคนอื่นโดยไม่ใช้ปัญญา
๑๙. ลูกควรให้ความเห็นใจ ปลอบใจคนที่กำลังมีความทุกข์ด้วยรัก….จาก พ่อ

วันพฤหัสบดีที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2551

มดลูกทะลัก






ประสบการณ์เกี่ยวกับ มดลูกทะลัก(Vaginal prolapse) ของแม่โคนั้น ผมคิดว่าเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ หรือสัตวแพทย์กรมปศุสัตว์ทุกคนที่ปฏิบัติหน้าที่ราชการในพื้นที่อำเภอต่างๆ ทั่วประเทศ คงได้ช่วยเหลือเกษตรกรหรือแม่โคที่มีมดลูกทะลักในยามฉุกเฉินกันมาบ้างแล้ว

มดลูกทะลัก จะพบได้ก่อนครบกำหนดคลอด และภายหลังการคลอดได้ หากพบในกรณีแรกคือพบก่อนการคลอด เกิดจากการที่กล้ามเนื้อบริเวณปากช่องคลอดหย่อนยานไม่แข็งแรง และกรณีหลังการคลอดมักจะพบรกค้างและแม่โคมีอาการปวดเบ่งอยู่ตลอดเวลา หากเกษตกรถามเราว่ามดลูกทะลักเกิดขึ้นได้อย่างไร? เราในฐานะสัตวแพทย์หรือหมอบ้านนอก อธิบายได้ว่าแม่โคตัวดังกล่าวอาจขาดแร่ธาตุแคลเซี่ยม หรือวิตามินประเภท เอ ดี อี แม่โคเคยมีลูกมาแล้วทำให้กล้ามเนื้อบริเวณปากช่องคลอดไม่แข็งแรง หรือแม่โคมีอายุมากขึ้นเคยมีประวัติมดลูกทะลักมาก่อน

การช่วยเหลือแม่โคที่มดลูกทะลักนั้น หากมีการทะลักออกจากปากช่องคลอดไม่มากนัก อาจจะจับผลักดันเข้าไปได้โดยง่าย ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด แต่กรณีที่ทะลักออกมาในส่วนของโพรงมดลูกทั้งหมด สิ่งแรกที่ต้องคำนึงถึงก็คือ จะต้องล้างทำความสะอาดมดลูกทั้งหมดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรคเสียก่อน เพื่อไม่ให้มีเศษหญ้า เศษฟาง กรวด ดิน ทราย ฯลฯ จากนั้นก็ฉีดยาชา ลิโดเคน (Lidocain) เพื่อลดความเจ็บปวดที่เกิดจากการเบ่งและมดลูกบวมน้ำ เข้าในช่องไขสันหลังส่วนล่าง ใกล้บริเวณโคนหาง ประมาณ 10 - 20 ซี.ซี แล้วแต่ขนาดของแม่โค หากมีรกค้างติดอยู่สามารถแกะออกได้ด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากรกจะติดอยู่กับผนังมดลูก(หรือไม่แกะออกก็ได้) แล้วเอาน้ำตาลทรายโรยมดลูกที่ทะลักออกมาให้ทั่ว รอสักพักหนึ่ง ทำซ้ำสัก 4-5 รอบ จะเห็นว่ามีน้ำซึมออกมาทำให้ลดการบวมน้ำ มดลูกจะอ่อนตัวสามารถจับยัดและดันเข้าไปในช่องคลอดได้โดยง่าย เสร็จแล้วทำการจัดวางมดลูกภายในให้เหมาะสม ใช้ยาสอดเข้าในมดลูกเพื่อป้องกันการติดเชื้อ ทำการเย็บปิดปากช่องคลอด ซึ่งวีธีการเย็บทำได้หลายวิธี สำหรับผมเองได้ใช้สายยางที่เติมสารละลาย โดยใช้ลวดเส้นเล็กสอดเข้าไปในสายยางเย็บ ฉีดยาปฏิชีวนะ ยาแก้ปวด และเติมแคลเซียม หรือยาบำรุงช่วยลดความเครียดของแม่โค (หากให้เจ้าของสัตว์ผูกโคยืนโรงโดยยกพื้นให้ขาหลังยืนในระดับสูงกว่าขาหน้าจะเป็นการดีเป็นอย่างมาก)

ไม่มีอะไรที่สัตวแพทย์กรมปศุสัตว์จะทำไม่ได้

วันอังคารที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2551

มดลูกทะลัก






Vaginal prolaps : มดลูกทะลักของโค มักจะพบได้ในโคที่ตั้งท้อง ระยะใกล้คลอด และหลังคลอด อาจเกิดจากการกล้ามเนื้อปากช่องคลอดเกิดการหย่อนยาน หรือการขาดแคลเซียม
สำหรับแม่โคตัวนี้เกิดจ

วันอาทิตย์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2551

ญาติ พี่ น้อง หลาน เตรียมเครื่องไทยทานทำบุญ 15 เมษายน 2551







ทุกปีของวันสงกรานต์ "ปี๋ใหม่เมือง" วันที่ 15 เมษายน จะมีการทำบุญตักบาตร ด้วยอาหารคาวหวาน วันที่ 14 เม.ย. จะเป็นวันครอบครัว วันรวมญาติ วันที่เรามีประเพณีขนทรายเข้าวัดมาก่อเป็นเจดีย์ ขนาดต่างๆ บางคนอาจจะทำบุญด้วยการปล่อยนกปล่อยปลา แสดงความกรุณาต่อสัตว์ ทำให้จิตใจผ่องใส มีการรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ การที่สังคมและชีวิตการทำงานที่เปลี่ยนไป มีการมีครอบครัวที่มีการตั้งหลักตั้งฐาน ที่อยู่ต่างถิ่นกัน วันสงกรานต์เป็นวัน "กลับบ้าน" พบปะญาติมิตรกัน ด้วยความอบอุ่นใจ มีการขอพรจากผู้ใหญ่ การรำลึกและกตัญญูต่อบรรพบุรุษที่ล่วงลับ ทุกปีของวันสงกรานต์ "ปี๋ใหม่เมือง" วันที่ 15 เมษายน จะมีการทำบุญตักบาตร ด้วยอาหารคาวหวาน วันที่ 14 เม.ย. จะเป็นวันครอบครัว วันรวมญาติ วันที่เรามีประเพณีขนทรายเข้าวัดมาก่อเป็นเจดีย์ ขนาดต่างๆ บางคนอาจจะทำบุญด้วยการปล่อยนกปล่อยปลา แสดงความกรุณาต่อสัตว์ ทำให้จิตใจผ่องใส มีการรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ การที่สังคมและชีวิตการทำงานที่เปลี่ยนไป มีการมีครอบครัวที่มีการตั้งหลักตั้งฐาน ที่อยู่ต่างถิ่นกัน วันสงกรานต์เป็นวัน "กลับบ้าน" พบปะญาติมิตรกัน ด้วยความอบอุ่นใจ มีการขอพรจากผู้ใหญ่ การรำลึกและกตัญญูต่อบรรพบุรุษที่ล่วงลับ

วันอังคารที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2551

พระบรมราโชวาท 7 ประการ

1. ความเพียร
การสร้างสรรค์ตนเอง การสร้างบ้านเมืองก็ตาม มิใช่ว่าสร้างในวันเดียว ต้องใช้เวลา ต้องใช้ความเพียร ต้องใช้ความอดทน เสียสละ แต่สำคัญที่สุดคือความอดทนคือไม่ย่อท้อ ไม่ย่อท้อในสิ่งที่ดีงาม สิ่งที่ดีงามนั้นทำมันน่าเบื่อ บางทีเหมือนว่าไม่ได้ผล ไม่ดัง คือดูมันควรทำดีนี่ แต่ขอรับรองว่าการทำให้ดีควรต้องมีความอดทน เวลาข้างหน้าจะเห็นผลแน่นอนในความอดทนของตนเอง
พระบรมราโชวาท พระราชทานแก่นักเรียน นักศึกษา ครู และอาจารย์ในโอกาสเข้าเฝ้าฯวันที่ 27 ตุลาคม 2516
2. ความพอดี
ในการสร้างตัวสร้างฐานะนั้นจะต้องถือหลักค่อยเป็นค่อยไป ด้วยความรอบคอบ ระมัดระวังและความพอเหมาะพอดี ไม่ทำเกินฐานะและกำลัง หรือทำด้วยความเร่งรีบ เมื่อมีพื้นฐานแน่นหนารองรับพร้อมแล้ว จึงค่อยสร้างค่อยเสริมความเจริญก้าวหน้าในระดับสูงขึ้น ตามต่อกันไปเป็นลำดับผลที่เกิดขึ้นจึงจะแน่นอน มีหลักเกณฑ์ เป็นประโยชน์แท้และยั่งยืน
พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยขอนแก่น วันที่ 18 ธันวาคม 2540
3. ความรู้ตน
เด็กๆ ทำอะไรต้องหัดให้รู้ตัว การรู้ตัวอยู่เสมอจะทำให้เป็นคนมีระเบียบและคนที่มีระเบียบดีแล้ว จะสามารถเล่าเรียนและทำการงานต่างๆ ได้โดยถูกต้องรวดเร็ว จะเป็นคนที่จะสร้างความสำเร็จและความเจริญ ให้แก่ตนเองและส่วนรวมในอนาคตได้อย่างแน่นอน
พระบรมราโชวาท พระราชทานลงพิมพ์ในหนังสือ วันเด็ก ประจำปี 2521
4. คนเราจะต้องรับและจะต้องให้
คนเราจะเอาแต่ได้ไม่ได้ คนเราจะต้องรับและจะต้องให้ หมายความว่าต่อไป และเดี๋ยวนี้ด้วยเมื่อรับสิ่งของใดมา ก็จะต้องพยายามให้ ในการให้นั้น ให้ได้โดยพยายามที่จะสร้างความสามัคคีให้หมู่คณะและในชาติ ทำให้หมู่คณะและชาติประชาชนทั้งหลายมีความไว้ใจซึ่งกันและกันได้ ช่วยที่ไหนได้ก็ช่วย ด้วยจิตใจที่เผื่อแผ่โดยแท้
พระบรมราโชวาท พระราชทานแก่นักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น วันที่ 20 เมษายน 2521
5. อ่อนโยน แต่ไม่อ่อนแอ
ในวงสังคมนั้นเล่า ท่านจะต้องรักษามารยาทอันดีงามสำหรับสุภาพชน รู้จักสัมมาคารวะ ไม่แข็งกระด้าง มีความอ่อนโยนแต่ไม่อ่อนแอ พร้อมจะเสียสละประโยชน์ส่วนตัวเพื่อส่วนรวม
พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วันที่ 25 มิถุนายน 2496
6. พูดจริง ทำจริง
ผู้หนักแน่นในสัจจะพูดอย่างไร ทำอย่างนั้น จึงได้รับความสำเร็จ พร้อมทั้งความศรัทธาเชื่อถือและความยกย่องสรรเสริญ จากคนทุกฝ่าย การพูดแล้วทำ คือ พูดจริง ทำจริง จึงเป็นปัจจัยสำคัญในการส่งเสริมเกียรติคุณของบุคคลให้เด่นชัด และสร้างเสริมความดี ความเจริญ ให้เกิดขึ้นทั้งแก่บุคคลและส่วนรวม
พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วันที่ 10 กรกฎาคม 2540
7. หนังสือเป็นออมสิน
หนังสือเป็นการสะสมความรู้และทุกสิ่งทุกอย่างที่มนุษย์ได้สร้างมา ทำมา คิดมา แต่โบราณกาลจนทุกวันนี้ หนังสือจึงเป็นสิ่งสำคัญ เป็นคล้ายๆ ธนาคารความรู้และเป็นออมสิน เป็นสิ่งที่จะทำให้ มนุษย์ก้าวหน้าได้โดยแท้
พระบรมราโชวาท ที่ทรงเตือนสติคนไทยทั่วประเทศ
ขอบคุณ...wbj

วันศุกร์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2551

จดหมายจากในหลวงถึงพระเทพฯ 6/10/2547

จาก วิกิซอร์ซ
พระราชหัตถเลขาที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
ทรงมีไปถึงสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี
เมื่อวันที่ ๖ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๔๗
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ ทรงโปรดเกล้าฯ ให้นำมาเผยแพร่
จดหมายจากในหลวงถึงพระเทพฯ
  • ลูกพ่อ ในพื้นแผ่นดินนี้ ทุกสิ่งเป็นของคู่กันมาโดยตลอด
    มีความมืดและความสว่าง ความดีและความชั่ว
    ถ้าให้เลือกในสิ่งที่ตนชอบแล้ว ทุกคนปรารถนาความสว่าง
    ปรารถนาความดี ด้วยกันทุกคน แต่ความปรารถนานั้นจักสำเร็จลงได้
    จักต้องมีวิธีที่จักดำเนินให้ไปถึงความสว่าง หรือ ความดีนั้น
    ทางที่จักต้องไปให้ถึงความดีก็คือการรู้จักรักผู้อื่น
    เพราะความรักผู้อื่น สามารถแก้ปัญหาได้ทุกปัญหาถ้าปรารถนาให้โลกมีแต่ความสุขและเกิดสันติภาพ
    ความรักผู้อื่นจักทำให้เกิดขึ้นได้ พ่อขอบอกลูกดังนี้...
    1. ขอให้ลูกมองผู้อื่นว่า เป็นเพื่อนเกิด เพื่อนแก่ เพื่อนเจ็บ เพื่อนตายด้วยกัน ทั้งหมดทั้งสิ้น ไม่ว่าอดีต...ปัจจุบัน...อนาคต
    2. มองโลกในแง่ดี และจะให้ดียิ่งขึ้น ควรมองโลกจากความเป็นจริง
    อันจักเป็นทางแก้ปัญหา อย่างถูกต้อง และเหมาะสม
    3. มีความสันโดษ คือ -มีความพอใจ เป็นพื้นฐานของจิตใจ พอใจตามมี ตามได้
    คือได้อย่างไร ก็เอาอย่างนั้น ไม่ยึดติด ขอให้คิดว่ามีก็ดี ไม่มีก็ได้
    พอใจตามกำลัง คือมีน้อยก็พอใจ ตามที่ได้น้อย -ไม่เป็นอึ่งอ่างพองลม จะเกิดความเดือดร้อนในภายหลัง -พอใจตามสมควร คือทำงานให้มีความพอใจ เหมาะสมแก่งาน -ให้ดำรงชีพ ที่เหมาะสมแก่ฐานะของตน
    4. มีความมั่นคงแห่งจิต คือให้มองเห็นโทษของความเกียจคร้าน และมองเห็นคุณประโยชน์
    ของความเพียร และเมื่อเกิด สิ่งที่ไม่พึงปรารถนาให้ภาวนาว่า...
    มีลาภ มียศ สุขทุกข์ปรากฏ สรรเสริญนินทา
    เสื่อมลาภ เสื่อมยศ เป็นกฎธรรมดา อย่ามัวโศกานึกว่า 'ชั่งมัน'
    พ่อ 6/10/2547
    ***ฉันหวังว่า คำสอนของพ่อที่ฉันได้ประมวลมานี้
    จะเกิดประโยชน์แก่ท่านผู้อ่าน ที่ได้พบเห็น
    และลูก อันเป็นที่รักของพ่อทุกคน
    ฉันรัก พ่อฉันจัง สิรินธร