วันอาทิตย์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

๖๐ ข้อคิดบันทึกไว้จากใจพ่อ
๑. ลูกจงจำไว้ว่า…การไม่ต่อสู้ในบางกรณีกลับเป็นวีรกรรมที่ยิ่งใหญ่ กว่าการต่อสู้อย่างเอาเป็นเอาตาย
๒. ลูกจงอย่าเลือกของที่ชอบด้วยความอยากของลูกแต่จงเลือกด้วยสติปัญญาและพิจารณาถึงประโยชน์และโทษของมันเสียก่อน
๓. ลูกจงอย่าโกรธคนไม่ดีที่จริงเขาก็อยากดีเหมือนกันแต่เขาไม่เข้าใจว่าอะไรเป็นความดี…อะไรคือไม่ดี
๔. ลูกจะตำหนิ ติเตียนใครก็จงดูตนเองเสียก่อนอย่าให้เขาย้อนว่าเราได้
๕. ลูกจะเห็นว่าผู้มีสัมมาคาระวะ จะพบแต่ความเจริญการอ่อนน้อมเป็นคุณสมบัติของสุภาพบุรุษการยกมือไหว้ผู้อื่นได้คือการทำลาย ตัวกู-ของกู
๖. ลูกพ่อต้องเป็นคนแข็งแรง…ไม่แข็งกระด้างลูกพ่อต้องเป็นคนเรียบง่าย…ไม่มักง่ายลูกพ่อต้องเป็นคนอ่อนโยน..ไม่อ่อนแอ
๗. ลูกของพ่อ..คล่องแคล่วว่องไวเป็นปัจจัยแห่งความก้าวหน้าของครอบครัว
๘. เงินทองที่ลูกมียิ่งใช้ยิ่งหมดไปปัญญาที่ลูกหาได้ยิ่งใช้ยิ่งเพิ่มพูน
๙. ถ้าลูกทำเด่นจะถูกคนเขาเขม่นและสมน้ำหน้าลูกจะพลาดท่าลงมา..เพราะความอยากเด่นอยากดัง
๑๐. ลูกจงจำไว้ว่าเงินทองเป็นของนอกกายพ่อ แม่ สุขใจเมื่อพี่น้องรักกัน
๑๑. ลูกจงโอนอ่อนผ่อนตามอย่างฉลาดและสุขุมการพ่ายแพ้ด้วยศิลปะดีกว่าการชนะด้วยอารมณ์
๑๒. ความกล้าหาญต้องประกอบด้วยสติปัญญาถ้าลูกกล้าโดยไม่มีสติปัญญาเขาเรียกว่าคนบ้าบิ่น
๑๓. ลูกต้องทำทุกอย่างด้วยความสุจริตเมื่อสุจริต จิตผ่องใสเมื่อทุจริต จิตหมองไหม้
๑๔. ทรัพย์สมบัติ ไม่ใช่สิ่งจำเป็นที่พ่อแม่จะให้แก่ลูกความรู้และความประพฤติดีเท่านั้นที่พ่อแม่ควรมอบให้แก่ลูก…อันเป็นที่รัก
๑๕. ลูกหลีกทางให้เขาก็คือหลีกทางให้เราหลุดพ้นจากอันตรายในที่สุดก็จะได้รับผลดีด้วยกันทั้งเขาและเรา
๑๖. ปลายทางสุดท้ายของความไม่พอคือ…ความทุกข์
๑๗. ลูกจงจำไว้ว่า…ผู้ที่ไม่มีใครให้อภัยผู้อื่นคือผู้อ่อนแอทางจิตใจการให้อภัยศัตรู คือการ สร้างมิตร
๑๘. ถ้าผู้อื่นหลอกเราเรารู้ง่ายและแก้ไขได้ง่ายแต่ถ้าเราหลอกตัวลูกเองรู้ยาก แก้ไขได้ยาก
๑๙. ลูกควรจำสิ่งที่ควรจำ ลืมสิ่งที่ควรลืมทำสิ่งที่ควรทำและต้องรู้ว่า สิ่งใดควรทำก่อนสิ่งใดควรทำทีหลัง
๒๐. เมื่อลูกสังเกตดู จะพบว่าภายหลังเสียงหัวเราะ จะมีน้ำตาภายหลังเสียน้ำตา จะเห็นแสงธรรมคือความจริงของชีวิต
๒๑. หกล้มเพราะก้าวเดินไปข้างหน้ายังดีกว่าลูกยืนเต๊ะท่าอยู่กับที่เพราะถ้าลูกยืนไม่ดี…ก็จักมีคนมาถีบให้ล้มอยู่ดี
๒๒. ลูกจงหาความสุขกับปัจจุบันอย่าใฝ่ฝันถึงอนาคตอย่าหมกอยู่กับอดีตจะทุกข์
๒๓. โชค…เข้าข้างผู้ที่มีความอ่อนน้อมเสมอถ้าลูกเป็นผู้น้อยที่นอบน้อมผู้ใหญ่ใคร ๆ ก็รักถ้าลูกเป็นผู้ใหญ่ที่เข้าใจผู้น้อยผู้น้อยก็มีความภักดี
๒๔. ชีวิตคือการต่อสู้ ศัตรูคือยากำลังขอให้ลูกคิดอยู่เสมอว่าถ้ามีสิ่งใดในโลก ที่ผู้อื่นทำได้ไม่มีเหตุผลอะไร ที่เราจะทำไม่ได้
๒๕. ความโศกเศร้าเสียใจมิได้ทำให้ใครได้รับประโยชน์อะไรนอกจากทำให้ศัตรูของเราดีใจและสมน้ำหน้า
๒๖. เมื่อพบภัยที่อยู่ข้างหน้าจงหนีเข้าหาพระดีกว่าหนีเข้าหาโจรซึ่งโจรจักฉกฉวยโอกาสเอาจากเราเสมอ…อย่างคาดไม่ถึง
๒๗. คนเรามีความโลภทุกคนถ้าโลภมากก็จะทุกข์มาก ถ้าโลภน้อยก็จะทุกข์น้อย ถ้าไม่โลภก็จะไม่ทุกข์
๒๘. ถ้าลูกประพฤติดีลูกก็จะพบกับคนประพฤติดีถ้าลูกประพฤติชั่วลูกก็จะพบกับคนประพฤติชั่วขอให้ลูกเลือกคบให้ถูกต้องเถิดลูกจักเป็นคนที่โชคดี
๒๙. ลูกอย่ากลัวไปเลยว่าจะได้แต่งงานกับคนไม่ดีถ้าลูกไม่สูบ ไม่ดื่ม ไม่เล่น ไม่เที่ยวลูกก็จะพบคู่ครองที่ไม่สูบไม่ดื่ม ไม่เล่น ไม่เที่ยวเช่นกัน
๓๐. ไม่ว่าคนหรือสัตว์ต้องการคำอ่อนหวานลูกก็เช่นกัน ควรพูดคำอ่อนหวานแก่ผู้อื่นเมื่อลูกอ่อนหวานแก่ผู้อื่นผู้อื่นก็จะอ่อนหวานกับลูก
๓๑. ลืมอะไรก็ลืมได้ แต่อย่าลืมตัวเสียอะไรก็เสียได้ แต่อย่าเสียคนผิดอะไรก็ผิดได้ แต่อย่าผิดศีลธรรม
๓๒. ลูกจงจำไว้ว่า…ศัตรูวันนี้ อาจเป็นมิตรในวันหน้าเพราะฉะนั้นอย่าทำอะไรเขารุนแรงและเกินเลย
๓๓ลูกจงสนุกกับการใช้เงิน และพร้อมกันนั้นลูกต้องสนุกกับการเก็บรักษาเงินด้วยและยิ่งกว่านั้นต้องสนุกกับการหาเงินอย่างไม่เป็นทุกข์คือหาด้วยความถูกต้อง
๓๔. การกระทำของลูก บางครั้งยังไม่ถูกใจตนเองแล้วจะให้คนอื่นทำถูกใจเราเสมอไปได้อย่างไรคิดแค่นี้ลูกก็จะไม่โกรธคนอื่น
๓๕. ถ้าลูกกล้าอย่างถูกต้อง ก็จะเป็นผู้ฉลาดถ้าลูกกล้าอย่างบ้าบิ่น ก็จะเป็นคนโง่ขอให้ลูกจงกล้าหาญอย่างชาญฉลาด
๓๖. บาปและบุญทั้งปวงที่ลูกกำลังทำในขณะนี้สักวันหนึ่งจักรวมตัวกันมาสนองแก่ลูกสิ่งที่ลูกได้รับอยู่ทุกวันนี้เป็นผลจากการกระทำของลูกทั้งสิ้น
๓๗. ลูกจงจำไว้ว่า…ธรรมชาติไม่เคยให้อภัยใครใครทำอย่างใด ต้องได้รับอย่างนั้นแต่ธรรมชาติก็ให้โอกาสทุกคนเสมอแต่คนเรา…โดยส่วนมากไม่ค่อยยอมรับโอกาสนั้น
๓๘. เมื่อมีปัญหา แก้ให้ถูกจุด จักพ้นทุกข์เร็วอย่าเป็นเช่นคุณยายแก่ ๆมองหาเข็มที่เสาไฟ เพราะมีแสงสว่างแต่หาเท่าใดก็ไม่พบเพราะเหตุว่าแก้ปัญหาไม่ถูกจุดเข็มหายในบ้าน แล้วมาหานอกบ้านเพียงเพราะในบ้านไม่มีแสงไฟฟ้า…น่าขันไหมล่ะ
๓๙. ลูกจงจำไว้ว่าคนเห็นแก่เงินคบยาก คนเห็นแก่งาน คบง่าย คนเห็นแก่ผู้อื่น คบสบาย
๔๐. ถ้าลูกปราถนาให้ผู้อื่นรักลูกต้องทำตัวให้น่ารักลูกจึงจะเป็นที่รักของผู้อื่น
๔๑. ไม้ล้มข้ามได้ คนล้มอย่าข้ามสำคัญที่สุด…ลูกอย่าข้ามตัวเอง
๔๒. ผู้กล้าหาญ คือผู้ที่สามารถบังคับตัวเองได้ถ้าลูกจักปลูกต้นไม้ ต้องบำรุงรากแต่ถ้าจะปลูกจิตใจต้องบำรุงด้วยศีล ด้วยธรรม
๔๓. ลูกเกิดเป็นคนแล้ว ต้องพยายามทำดีที่สุดเมื่อทำดีที่สุดแล้ว นอกนั้นแล้วแต่ฟ้าลิขิตโบราณว่าลิขิตเป็นของฟ้า ( ผลของการกระทำ )ชะตาเป็นของคน ( การกระทำของตัวเอง )
๔๔. ลูกควรจะยอมผิดใจกับคนสุภาพชนแต่อย่าผิดใจกับคนพาลจะเดือดร้อนอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยง
๔๕. การไม่ระวังการใช้จ่ายเล็กๆน้อยๆ อาจทำให้ล่มจมได้ดังเช่นเรือมีรูรั่วเล็กๆอาจทำให้เรือใหญ่จมได้
๔๖. โรคภัยทางร่างกาย จะเข้ามาทางปาก ภัยพิบัติก็จะออกจากปากของเราเช่นกันเมื่อลูกจะพูดสิ่งใด จงพิจารณาให้ดีๆ
๔๗. การโกรธ เป็นวิสัยของปุถุชนการ ให้อภัยเป็นวิสัยของบัณฑิตลูกพ่อจะเป็นบัณฑิต จึงต้องฝึกการให้อภัยด้วยความมีเมตตาเพราะเมตตาแก้ความโกรธได้
๔๘. การเดินทางหมื่นลี้ต้องมีก้าวแรกยามลูกมีอำนาจ จงอย่าเหลิงอำนาจยามลูกมีความสุขก็อย่างหลงระเริงระวังความทุกข์จักตามมา
๔๙. ถ้าลูกให้เงินเพื่อนยืม…ระวังจะเสียเงิน…จะเสียเพื่อน…จะเสียใจเพราะฉะนั้นลูกอย่าให้เงินใครยืมถ้ามีก็ให้เขาไปเลย
๕๐. ถ้าลูกระแวงสงสัยใครแล้วลูกอย่าทำธุรกิจร่วมกันเพราะจะมีแต่ระแวงกัน การงานไม่ราบรื่นความทุกข์จะเข้ามาในจิตใจลูก
๕๑. เรือที่ออกทะเลปฏิเสธคลื่นลมไม่ได้ ฉันใดชีวิตของลูก ปฏิเสธอุปสรรคไม่ได้ ฉันนั้น
๕๒. ลูกสังเกตดูจักรู้ว่าผู้เป็นคนดีมักอ่อนน้อมถ่อมตน ผู้โง่เขลามักหยิ่งยโสทะนงตน คนโง่มักอวดตัวว่าฉลาดหรือยากให้คนอื่นรู้ว่าฉลาดจึงโอ้อวด คุยเบ่ง ทับถมคนอื่น ส่วนคนฉลาดมักไม่อวดตัวจักเป็นคนอ่อนน้อม ถ่อมตนไม่หยิ่งยโส ไม่โอหังและชอบประกาศความดีของผู้อื่น
๕๓. แมลงผึ้ง ชอบของหอมของหวาน แมลงวันชอบของเหม็นของเน่าเสีย ถ้าลูกชอบสิ่งที่ไม่ดี คบคนไม่ดี คิดไม่ดีพูดไม่ดี ทำไม่ดี ไปสู่สถานที่ไม่ดีแล้วลูกก็จะเปรียบเช่นแมลงวันซึ่งไม่มีใครชอบหรืออยากจะให้ความรักแต่ถ้าลูกคิดดี พูดดี ทำดี คบคนดีและไปแต่เฉพาะที่ดีลูกก็เป็นเช่นแมลงผึ้งคนดีใคร ๆ ก็อยากคบด้วยถ้าลูกเป็นแมลงผึ้ง ลูกก็จะได้พบกับดอกไม้ถ้าลูกเป็นแมลงวันลูกก็จะได้พบกับของเน่าเหม็นคำโบราณว่าไว้ขี้เกียจ เป็นแมลงวันขยัน เป็นแมงผึ้ง
๕๔. ผู้ที่รู้จักประมาณตน เป็นคนฉลาดลูกควรใช้จ่ายตามฐานะลูกจักไม่ขัดสนตลอดไป
๕๕. ถ้าลูกมีความพากเพียรและถ่อมตนแล้วภายใต้ท้องฟ้า…ลูกของพ่อจักทำได้ทุกสิ่งธรรมะสอนไว้ว่าคนล่วงทุกข์ได้ เพราะความเพียร
๕๖. ถ้าลูกทำงานด้วยความรีบร้อน ร้อนรนมักทำความผิดพลาด มาให้ลูกเสมอลูกต้องทำด้วยความรวดเร็ว แบบมีสติจึงจะประสบความสำเร็จได้อย่างถูกต้องและราบรื่น
๕๗. การนินทาและว่าร้ายต่อผู้อื่น…มันเจ็บปวดมากว่ามีดที่กรีดเนื้อเขามากมายหลายเท่านักเมื่อลูกเข้าใจอย่างนี้แล้วอย่านินทา อย่าว่าร้ายผู้อื่นเลยเพราะเมื่อเขาเจ็บปวดเพราะคำพูดของเราแล้วเขาก็สามารถทำความผิดกับเราได้เราก็เดือดร้อน
๕๘. คนขี้เกียจ มักอ้างว่า ยังไม่ต้องทำเพราะเช้าไป เพราะเย็นไปเพราะร้อนไป เพราะหนาวไปเพราะฝนตก เพราะแดดออกถ้าลูกอ้างอย่างนี้ จะทำอะไรก็จะไม่สำเร็จ
๕๙. ในสมัยนี้ ใครก็ชอบแต่ของดี ๆแต่ไม่รู้ว่า อย่างไรถึงจะดีจึงขอเตือนว่าลูกของพ่อ…อย่าดีแต่จะคิดลูกต้องคิดแต่ดีดีลูกของพ่อ…อย่าดีแต่พูดลูกต้องพูดดีดีลูกของพ่อ…อย่าดีแต่ทำลูกต้องทำดีดีลูกของพ่อ…อย่าดีแต่จะคบคนลูกต้องคบคนดีดีลูกของพ่อ…ดีแต่จะไปลูกต้องไปดีดีลูกจง คิดดี พูดดี ทำดี คบคนดีไปสู่สถานที่ดีดี
๖๐. ถ้าลูกละเลยเรื่องเล็กน้อยกระทำผิดเพียงเล็กน้อยในปัจจุบันลูกอาจต้องเสียใจอย่างใหญ่หลวงในภายหน้าคิดกับผู้อื่นไม่ดี ในวันนี้อาจถูกผู้อื่นคิดไม่ดีกับเรา ในวันหน้าทำกับผู้อื่นไม่ดี ในวันนี้อาจถูกผู้อื่นกระทำต่อเราไม่ดี ในวันหน้ารังแกผู้อื่น ในวันนี้ อาจถูกผู้อื่นรังแก ในวันหน้าโกงผู้อื่น ในวันนี้อาจถูกผู้อื่นโกง ในวันหน้าโกหกผู้อื่น ในวันนี้อาจถูกผู้อื่นโกหกในวันหน้าเหยียดหยามผู้อื่น ในวันนี้อาจถูกผู้อื่นเหยียดหยาม ในวันหน้าโกรธผู้อื่น ในวันนี้อาจถูกผู้อื่น ในวันหน้าริษยา อาฆาตผู้อื่น ในวันนี้อาจถูกผู้อื่นริษยา อาฆาต ในวันหน้าฆ่าผู้อื่น ในวันนี้อาจถูกผู้อื่นฆ่า ในวันหน้าในทางตรงกันข้าม…ถ้าลูกรักและเมตตาผู้อื่น ในวันนี้ลูกก็จักได้รับความรักและเมตตาในวันข้างหน้า
ก่อนจบท้ายหน้าที่ที่ลูกควรปฏิบัติต่อผู้อื่น คือ การมอบน้ำใจให้แก่กันและกันดังต่อไปนี้
๑. ลูกควรมองทุกคนที่พบกันด้วยสายตาที่เป็นมิตร
๒. ลูกควรยิ้มให้ทุกคนที่พบกัน เริ่มแรกยิ้มด้วยสายตา ยิ้มด้วยใบหน้าและริมฝีปากและด้วยจิตใจที่เป็นกันเอง
๓. ลูกควรทำความรู้จักกับผู้อื่นด้วยการยิ้มและทักทาย
๔. ลูกควรโบกมือส่งยิ้มให้กับเด็ก ๆ ที่ลูกพบเห็นโดยทั่วไป
๕. ลูกควรมองคนในแง่ดี ให้มองว่าไม่มีใครจะเลวทั้งหมด
๖. ลูกควรมองว่าคนเราเป็นมิตรกันได้แม้จะมีความคิดต่างกัน
๗. ลูกควรกล่าวคำสวัสดี ยกมือไหว้ ยิ้มหรือก้มหัวตามความเหมาะสม ตามฐานะของตนแล้วแต่กรณี
๘. ลูกควรพยายามเรียกชื่อคนที่เราสนทนาด้วยระวังอย่าเรียกชื่อคนผิด
๙. ลูกควรตั้งใจรับฟังคนอื่นพูด อย่าขัดคอเขา ต้องรู้จักสังเกตให้ดี
๑๐. ลูกควรใช้คำพูดให้ติดปาก คือคำว่า ขอบคุณ ขอโทษ
๑๑. ลูกควรพูดด้วยความสุภาพ ไพเราะ อ่อนหวาน ไม่พูดหยาบคาย
๑๒. ลูกควรพูดชมเชยผู้อื่นเป็นประจำ
๑๓. ลูกควรพูดถึงคนอื่นและผู้บังคับบัญชาในด้านดีกับคนที่เขารู้จัก
๑๔. ลูกควรรู้จักขัดแย้งโดยไม่ให้เขาเสียน้ำใจ
๑๕. ลูกควรพูดคุย ในสิ่งที่ผู้คุยให้ความสนใจ
๑๖. ลูกควรหาเรืองดีดี หรือเรื่องคนทำดีมาคุยกันบ้าง
๑๗. ลูกควรหาเวลางดเว้นการพูดที่ไม่ดี หรืองดเว้นการโกรธอย่างน้อย ๑ วันต่อสัปดาห์
๑๘. ลูกไม่ควรหาเรื่องจับผิดคนอื่นโดยไม่ใช้ปัญญา
๑๙. ลูกควรให้ความเห็นใจ ปลอบใจคนที่กำลังมีความทุกข์ด้วยรัก….จาก พ่อ