


ประสบการณ์เกี่ยวกับ มดลูกทะลัก(Vaginal prolapse) ของแม่โคนั้น ผมคิดว่าเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ หรือสัตวแพทย์กรมปศุสัตว์ทุกคนที่ปฏิบัติหน้าที่ราชการในพื้นที่อำเภอต่างๆ ทั่วประเทศ คงได้ช่วยเหลือเกษตรกรหรือแม่โคที่มีมดลูกทะลักในยามฉุกเฉินกันมาบ้างแล้ว
มดลูกทะลัก จะพบได้ก่อนครบกำหนดคลอด และภายหลังการคลอดได้ หากพบในกรณีแรกคือพบก่อนการคลอด เกิดจากการที่กล้ามเนื้อบริเวณปากช่องคลอดหย่อนยานไม่แข็งแรง และกรณีหลังการคลอดมักจะพบรกค้างและแม่โคมีอาการปวดเบ่งอยู่ตลอดเวลา หากเกษตกรถามเราว่ามดลูกทะลักเกิดขึ้นได้อย่างไร? เราในฐานะสัตวแพทย์หรือหมอบ้านนอก อธิบายได้ว่าแม่โคตัวดังกล่าวอาจขาดแร่ธาตุแคลเซี่ยม หรือวิตามินประเภท เอ ดี อี แม่โคเคยมีลูกมาแล้วทำให้กล้ามเนื้อบริเวณปากช่องคลอดไม่แข็งแรง หรือแม่โคมีอายุมากขึ้นเคยมีประวัติมดลูกทะลักมาก่อน
การช่วยเหลือแม่โคที่มดลูกทะลักนั้น หากมีการทะลักออกจากปากช่องคลอดไม่มากนัก อาจจะจับผลักดันเข้าไปได้โดยง่าย ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด แต่กรณีที่ทะลักออกมาในส่วนของโพรงมดลูกทั้งหมด สิ่งแรกที่ต้องคำนึงถึงก็คือ จะต้องล้างทำความสะอาดมดลูกทั้งหมดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรคเสียก่อน เพื่อไม่ให้มีเศษหญ้า เศษฟาง กรวด ดิน ทราย ฯลฯ จากนั้นก็ฉีดยาชา ลิโดเคน (Lidocain) เพื่อลดความเจ็บปวดที่เกิดจากการเบ่งและมดลูกบวมน้ำ เข้าในช่องไขสันหลังส่วนล่าง ใกล้บริเวณโคนหาง ประมาณ 10 - 20 ซี.ซี แล้วแต่ขนาดของแม่โค หากมีรกค้างติดอยู่สามารถแกะออกได้ด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากรกจะติดอยู่กับผนังมดลูก(หรือไม่แกะออกก็ได้) แล้วเอาน้ำตาลทรายโรยมดลูกที่ทะลักออกมาให้ทั่ว รอสักพักหนึ่ง ทำซ้ำสัก 4-5 รอบ จะเห็นว่ามีน้ำซึมออกมาทำให้ลดการบวมน้ำ มดลูกจะอ่อนตัวสามารถจับยัดและดันเข้าไปในช่องคลอดได้โดยง่าย เสร็จแล้วทำการจัดวางมดลูกภายในให้เหมาะสม ใช้ยาสอดเข้าในมดลูกเพื่อป้องกันการติดเชื้อ ทำการเย็บปิดปากช่องคลอด ซึ่งวีธีการเย็บทำได้หลายวิธี สำหรับผมเองได้ใช้สายยางที่เติมสารละลาย โดยใช้ลวดเส้นเล็กสอดเข้าไปในสายยางเย็บ ฉีดยาปฏิชีวนะ ยาแก้ปวด และเติมแคลเซียม หรือยาบำรุงช่วยลดความเครียดของแม่โค (หากให้เจ้าของสัตว์ผูกโคยืนโรงโดยยกพื้นให้ขาหลังยืนในระดับสูงกว่าขาหน้าจะเป็นการดีเป็นอย่างมาก)
ไม่มีอะไรที่สัตวแพทย์กรมปศุสัตว์จะทำไม่ได้



